ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งในการหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และลิ้มลองรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของดินแดนสูงทางตะวันออกเฉียงเหนือ ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่ตราตรึงใจนักเดินทางในเขตภูเขาสูงแห่งนี้ Ha Giang คือจุดหมายปลายทางที่ผูกใจนักท่องเที่ยวไว้ด้วยไม่เพียงแค่ทิวทัศน์ แต่ยังรวมถึงวัฒนธรรมและอาหารที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ไม่เพียงแค่ภูเขาแม่น้ำที่สวยงามและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง Ha Giang ยังสร้างความประทับใจด้วยศิลปะการปรุงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนความเป็นชาติพันธุ์อย่างชัดเจน ตั้งแต่ชาม thang co ร้อน ๆ โจ๊ก chau au tau หอม ๆ ไปจนถึงขนมปังห่อไข่ที่นุ่มละมุน ทุกจานล้วนเล่าเรื่องราวของผู้คนและผืนดินแห่งนี้
ความงดงามราวบทกวีของธรรมชาติ ผสานกับความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมการกิน ทำให้ Ha Giang กลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศหลงรัก
บินไปทั่วโลก เติมความสดใหม่ให้ฤดูร้อนของคุณ ปล่อยให้ Ha Giang พาคุณออกเดินทางเพื่อสำรวจรสชาติหน้าร้อนจากดินแดนที่สูง ปลุกประสาทสัมผัสของคุณให้ตื่นขึ้นด้วยอาหารท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร
1. อาหารฮาเกียงมีอะไรโดดเด่นในฤดูร้อน?
อาหารของ Ha Giang เป็นการผสมผสานอย่างกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมของ 19 ชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในดินแดนแห่งนี้ แต่ละจานเต็มไปด้วยกลิ่นอายของภูเขาและป่าไม้ ถูกปรุงด้วยวัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติที่ปลูกและเลี้ยงโดยชาวบ้านท้องถิ่น การลิ้มลองอาหารของ Ha Giang ไม่ใช่แค่การกิน แต่ยังเป็นโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์อีกด้วย
โดยเฉพาะฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม) Ha Giang มีอากาศค่อนข้างเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20–25°C ให้ความรู้สึกสดชื่น แตกต่างจากความร้อนรุนแรงของพื้นที่ราบอย่างชัดเจน อากาศแบบนี้เอื้อต่อการเติบโตของผลผลิตตามฤดูกาล เช่น บ๊วยหิน ลูกพีช ส้มซันห์ แอปเปิ้ลป่า ผักป่า ข้าวโพด ฯลฯ
นอกจากนี้ อากาศแห้งและแสงแดดอ่อนในฤดูร้อนยังมีบทบาทสำคัญต่อการแปรรูปและเก็บรักษาอาหาร ชาวบ้านจึงใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในการทำอาหารพื้นเมือง เช่น เนื้อควายรมควันและไส้กรอกรมควัน
ภาพอาหารของ Ha Giang ในฤดูร้อนนั้น ทั้งสะท้อนความเป็นชาติพันธุ์อย่างลึกซึ้ง และกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างลงตัว
หากคุณอยากสัมผัสวัฒนธรรมอาหารที่ยากจะลืมของ Ha Giang อย่ารอช้า รีบจองตั๋วเครื่องบิน Vietjet ไปฮานอยได้เลยวันนี้ พร้อมข้อเสนอราคาสุดพิเศษ
ดูเพิ่มเติม: ประสบการณ์เที่ยว Ha Giang 3 วัน 2 คืน แบบครบจบ A-Z
2. 6 เมนูห้ามพลาดเมื่อมาสำรวจอาหารฮาเกียงในฤดูร้อน
2.1 Thang co
แม้ว่า thang co จะเป็นอาหารสำหรับให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว แต่ก็ถือเป็นเมนูขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาดไม่ว่าเดินทางมาในฤดูไหน อาหารจานนี้ถือเป็นสุดยอดแห่งรสชาติของชาวม้ง โดยใช้เนื้อและเครื่องในของม้า วัว แพะ หรือควาย เคี่ยวนานกับเครื่องเทศป่าที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เช่น กระวาน อบเชย โป๊ยกั๊ก เมื่อได้ชิมจะสัมผัสได้ถึงรสชาติเข้มข้นของเนื้อ ความมันจากเครื่องใน และกลิ่นหอมจัดจ้านของเครื่องเทศ
2.2 เฝอเปรี้ยวฮาเกียง (Pho chua)
แตกต่างจากเฝอทั่วไป เฝอเปรี้ยวฮาเกียง หรือเรียกอีกชื่อว่า “Lường Pàn” (เฝอเย็น) มีรสเปรี้ยวหวานสดชื่น แฝงความเผ็ดนิด ๆ อย่างมีเอกลักษณ์ เส้นเฝอเหนียวนุ่ม คลุกกับน้ำซอสเปรี้ยวหวานที่ทำจากน้ำส้มสายชู น้ำตาล กระเทียม และพริก กินคู่กับเครื่องเคียงหลากหลาย เช่น เป็ดย่างกรอบ ไส้กรอกทอด ถั่วลิสงคั่ว สมุนไพร แตงกวา และมะละกอสับ เป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและแสดงถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมเวียดนาม–จีน
2.3 โจ๊ก chau au tau
เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียงในหมู่ชาวไต โจ๊ก chau au tau มักกินในตอนเย็นเพื่อฟื้นฟูร่างกาย วัตถุดิบหลักคือหัว au tau ซึ่งเป็นหัวป่าที่มีพิษ หากไม่ปรุงให้ถูกต้องอาจเป็นอันตรายได้ รสของโจ๊กมีความขมเล็กน้อยตามธรรมชาติ แต่มีรสหวานหอมติดปลายลิ้น ช่วยให้ร่างกายสดชื่นหลังจากวันแห่งการเดินทางสำรวจ ฤดูร้อนจึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับเมนูนี้ในการเติมพลังอย่างแท้จริง
2.4 ขนมเบื้องไข่ฮาเกียง (banh cuon trung)
ขนมเบื้องไข่ฮาเกียงเป็นเวอร์ชันพิเศษของขนมเบื้องแบบดั้งเดิม ซึ่งมีชื่อเสียงในพื้นที่ด่งวานและเยนมิง แป้งขนมทำจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวโพดบางเฉียบ ห่อไส้ด้วยหมูสับ เห็ดหูหนู และไข่ไก่ตีให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความมันแทนการใช้น้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานแบบทั่วไป ขนมเบื้องฮาเกียงนิยมกินคู่กับน้ำซุปกระดูกที่เดือดร้อน ๆ โรยหอมเจียว สมุนไพร และหมูยออบเชย (cha que)
ขนมเบื้องไข่ฮาเกียงโดดเด่นด้วยน้ำซุปหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์
2.5 เนื้อควายรมควัน (thit trau gac bep)
เนื้อควายรมควันเป็นอาหารพื้นถิ่นที่โด่งดังของชาวไทในฮาเกียง และเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจรสชาติของท้องถิ่น เนื้อควายถูกหั่นตามเส้นใย หมักกับเครื่องเทศท้องถิ่น เช่น mak khen (พริกไทยป่า), ขิง, พริก แล้วแขวนบนเตาไฟ หรือผึ่งแดดในฤดูร้อน สามารถกินแบบไม่ปรุงเพิ่ม จิ้มกับเกลือพริก หรืออุ่นย่างซ้ำเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝากในตลาดนัดประจำสัปดาห์
เนื้อควายรมควันเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นควันธรรมชาติ พร้อมรสหวานละมุนของเนื้อ
2.6 ข้าวเหนียวห้าสี (xoi ngu sac)
ข้าวเหนียวห้าสีเป็นอาหารประเพณีของชาวไท มักพบในเทศกาลหรืองานเลี้ยงในครอบครัว ใช้ข้าวเหนียวนุ่มหอมจากภูเขา ย้อมสีด้วยพืชจากป่า 5 สีตามธรรมชาติ ได้แก่ ใบไม้สีม่วง (สีม่วง), ใบขิง (สีเหลือง), ใบขมิ้น (สีเขียว), ต้นข้าวดำ (สีดำ), และสีขาวจากเมล็ดข้าวเดิม แต่ละสีมีความหมายในวัฒนธรรม เช่น ความกลมกลืน ความมั่งคั่ง ข้าวเหนียวห้าสีมีรสหวานอ่อน ๆ หอมนุ่ม กินคู่กับงาคั่วเกลือหรือหมูย่าง
ข้าวเหนียวห้าสีไม่เพียงอร่อย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสีสันทางวัฒนธรรมของฮาเกียง
3. สัมผัสวัฒนธรรมอาหารฮาเกียง
3.1 สำรวจตลาดนัดบนภูเขา
ตลาดนัดคือหัวใจของชีวิตบนที่ราบสูง ตลาดเหล่านี้ไม่เพียงเป็นที่ซื้อขายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและข้อมูลของชาวชนเผ่าต่าง ๆ คุณสามารถแวะชมตลาดต่อไปนี้เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมอาหารของฮาเกียงได้อย่างใกล้ชิด และเรียนรู้วิถีชีวิตของชนเผ่าไท ม้ง เย้า และไทอื่น ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง
- ตลาดด่งวาน: ตั้งอยู่กลางย่านเมืองเก่าด่งวาน เป็นหนึ่งในตลาดนัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮาเกียง จัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ ที่นี่ไม่ใช่แค่ตลาดซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แสดงวัฒนธรรม ด้วยร้านค้าแสนหลากสีของชาวม้ง ไท และเย้า ตลาดนี้มีทั้งผลผลิตทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง ผ้าทอมือ และอาหารพื้นเมืองร้อน ๆ เช่น เฝอเปรี้ยว, thang co, men men, และข้าวเหนียวห้าสี
ช่วงฤดูร้อน ตลาดด่งวานคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและบรรยากาศครึกครื้น
- ตลาด Pho Cao: ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Pho Cao อำเภอด่งวาน บนทางหลวงหมายเลข 4C (ทางหลวงแห่งความสุข) ตลาดนี้เปิดตั้งแต่ตี 5 และปิดประมาณบ่าย 3–4 โมง เย็น จุดเด่นคือตลาดจะจัดเพียงสัปดาห์ละครั้ง และวันจัดจะเลื่อนออกไปหนึ่งวันจากสัปดาห์ก่อน เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ต่าง ๆ ได้มีโอกาสผลัดเปลี่ยนกันเข้าร่วม ตลาดนี้มีบรรยากาศเรียบง่ายเป็นกันเอง พื้นที่ไม่ใหญ่แต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมของชาวม้งและลูโล ที่นี่คุณจะได้พบของพื้นเมือง เช่น เหล้าข้าวโพด น้ำผึ้ง ผักป่า และอาหารพื้นบ้านแสนเรียบง่ายที่ปรุงโดยชาวบ้านเอง
- ตลาดลุงกู: อยู่ใกล้กับเสาธงลุงกู ในอำเภอด่งวาน ตลาดนัดนี้จัดทุกวันศุกร์ เริ่มตั้งแต่ตี 5–6 โมงเช้า ไปจนถึงช่วงเที่ยงหรือบ่ายต้น ๆ เป็นตลาดของชาวม้งและลูโล ที่มีพื้นที่เปิดโล่ง ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงตระหง่าน บรรยากาศสวยงามน่าประทับใจ
3.2 ลิ้มลองเหล้าข้าวโพดและเหล้าข้าว
เหล้าเป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ของวัฒนธรรมอาหารฮาเกียง สะท้อนถึงความมีน้ำใจไมตรีและความสามัคคีของชาวเขาบนพื้นที่สูง ฤดูร้อนคือช่วงที่ข้าวโพดและข้าวบนที่ราบสูงสุกเต็มที่ ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งในการกลั่นเหล้า
- เหล้าข้าวโพด: เหล้าข้าวโพดของฮาเกียงทำจากข้าวโพดบนที่สูง ผสมกับใบไม้ป่ากว่า 30 ชนิด กลั่นด้วยวิธีโบราณแบบดั้งเดิม รสชาติออกเผ็ดร้อนเล็กน้อยแต่จบด้วยความหวานนุ่มลึก ชนเผ่าต่าง ๆ มักมีสูตรเฉพาะของตนเอง แต่เหล้าข้าวโพดของชาวม้งในด่งวานและแมียวแว็กถือว่าขึ้นชื่อมาก นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองได้ตามร้านอาหารท้องถิ่น หรือหาซื้อได้ในตลาดนัดพื้นบ้าน
- เหล้าข้าว: เหล้าชนิดนี้กลั่นจากข้าวเหนียวนุ่มหอมบนที่สูง หมักด้วยยีสต์ใบไม้ธรรมชาติ เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในชุมชนชาวไตและชาวเย้า เหล้าข้าวมีแอลกอฮอล์น้อยกว่าเหล้าข้าวโพด รสเบา ดื่มง่าย และมักใช้ในงานประเพณีหรือพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ
3.3 ลิ้มลองเมนูอร่อยในร้านอาหารท้องถิ่นฮาเกียง
นอกจากตลาดนัดและถนนสายอาหาร ร้านอาหารพื้นถิ่นในฮาเกียงก็เป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวในการสัมผัสรสชาติท้องถิ่นแท้ ๆ:
- ร้านขนมเบื้อง Ba Ha: มีชื่อเสียงในเรื่องขนมเบื้องไข่เนื้อนุ่ม น้ำจิ้มซุปกระดูกหวานหอม ร้านตั้งอยู่ใจกลางเมือง เลขที่ 31 ถนนเมืองเก่าฮาเกียง เปิดแต่เช้าตรู่ เหมาะสำหรับเป็นอาหารเช้า
- ร้านข้าวพื้นเมือง: ร้านนี้ตกแต่งในสไตล์บ้านไม้ยกพื้นของชาวไท มือง และไต ให้บริการอาหารเช่น เฝอเปรี้ยว ข้าวเหนียวห้าสี และหมูป่าอบ ร้านบรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับไปเป็นกลุ่ม ตั้งอยู่ที่เลขที่ 18 ถนนเหงียนวันลิงห์ แขวงจั่นฟู้ ฮาเกียง
- ร้านโจ๊ก chau au tau Ngan Ha: ตั้งอยู่ที่เลขที่ 161 ถนนเจินฮึงดạo แขวงจั่นฟู้ เมืองฮาเกียง ร้านนี้ใช้ข้าวเจ้าและข้าวเหนียวต้มรวมกับขาหมูจากหมูพื้นเมือง เคี่ยวกว่า 4 ชั่วโมงเพื่อให้ได้รสหวานและเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม
- ร้านอาหารปลาซงโละ: ตามชื่อ ร้านนี้ตั้งอยู่ลอยอยู่บนแม่น้ำซงโละในฮาเกียง เป็นจุดหมายในฝันของคนที่รักอาหารและธรรมชาติ ด้วยอาหารสดอร่อย มีประโยชน์ ราคาไม่แพง โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืดสดใหม่ ทำให้ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวติดใจ ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดในการสำรวจวัฒนธรรมอาหารฮาเกียงในฤดูร้อน
ฮาเกียงคือจุดหมายที่อยู่ในหัวใจของผู้หลงใหลในธรรมชาติและอาหาร
4. ข้อควรระวังเมื่อไปเที่ยวฮาเกียงในฤดูร้อน
เพื่อให้การเดินทางของคุณปลอดภัยและสมบูรณ์แบบ ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้:
- เสื้อผ้า: ฤดูร้อนในฮาเกียงกลางวันอากาศอบอุ่น แต่กลางคืนเย็น ควรเตรียมเสื้อแขนยาวบาง เสื้อแจ็กเก็ตบาง หมวก แว่นกันแดด และรองเท้ากีฬาแบบกันลื่น เหมาะกับการเดินเขาหรือเทรคกิ้ง
- ยา: พกยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาแก้เมารถ ยาช่วยย่อย ผ้าก๊อซ และยาประจำตัว
- สิ่งของจำเป็น: อย่าลืมยากันยุง อุปกรณ์ทำความสะอาดส่วนตัว แบตเตอรี่สำรองสำหรับโทรศัพท์และกล้อง และถุงกันน้ำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในกรณีฝนตกกระทันหัน
- เคารพวัฒนธรรมหลากหลาย: ฮาเกียงเป็นที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มที่มีประเพณีแตกต่างกัน ควรเคารพในวัฒนธรรม เสื้อผ้า ภาษา และความเชื่อของพวกเขา
- ห้ามทิ้งขยะ: รักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชาวบ้าน
โดยรวมแล้ว ฮาเกียงในแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ในฤดูร้อน ดินแดนนี้สามารถสะกดหัวใจคุณได้ทั้งจากธรรมชาติสีเขียวขจี อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สดใส
ดูเพิ่มเติม: ชมทุ่งดอกสามเหลี่ยมม่วงที่ฮาเกียง
เปิดใจให้ฤดูร้อนนี้สดใสเหมือนการบินไปทั่วโลก เริ่มต้นวางแผนเดินทางวันนี้เพื่อสำรวจความงดงามที่ซ่อนอยู่ ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นสุดพิเศษ และดำดิ่งในวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของภูเขาหินสูงแห่งนี้ และเพื่อให้การเดินทางของคุณคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินกับ Vietjet ตั้งแต่วันนี้ พร้อมโปรตั๋วศูนย์ด่องสุดคุ้มในช่วงเวลา 12.00–14.00 น. เพื่อรับราคาสุดพิเศษที่คุ้มที่สุด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่นี่
ติดตาม Vietjet ต่อไปเพื่อไม่พลาดข่าวสารการท่องเที่ยวล่าสุดนะครับ!
- Facebook: https://www.facebook.com/vietjetvietnam
- Instagram: https://instagram.com/vietjet
- YouTube: https://www.youtube.com/VietjetOfficial
- TikTok: https://www.tiktok.com/@vietjetvietnam
- Zalo: https://oa.zalo.me/vietjet

จองตั๋วเครื่องบิน
Skyshop
อีวาวเชอร์
E-Sim
E-Visa
ลงทะเบียนสกุลเงินต่างประเทศ
โรงแรม
ประกันภัย
SkyJoy












