นอกจากชายหาดที่งดงามและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แล้ว บาหลียังขึ้นชื่อเรื่องวัดศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของเหล่าทวยเทพตามตำนาน หนึ่งในวัดที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญที่สุดต่อผู้เลื่อมใสศาสนาฮินดูในภูมิภาคนี้ก็คือ Pura Besakih วัดแห่งนี้ได้รับฉายาว่าเป็น “วัดแม่” ของประเทศอินโดนีเซีย และยังเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดโดยมีอายุมากกว่า 2,000 ปี มาร่วมกับ Vietjet ค้นหาความน่าสนใจของวัดแม่เบซากีห์กันเถอะ!
Pura Besakih ได้รับฉายาว่าเป็น “วัดแม่” ของประเทศอินโดนีเซีย และถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดต่อผู้เลื่อมใสศาสนาฮินดูที่นี่
ดูเพิ่มเติม: อินโดนีเซีย – เที่ยวกินอะไร นอนที่ไหน และเคล็ดลับซื้อตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด
1. ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับวัด Pura Besakih
Pura Besakih ตั้งอยู่ทางตะวันออกของบาหลี บนไหล่เขาด้านใต้ของภูเขาอากุง ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดของบาหลี และห่างจากเมืองอูบุดประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์
Pura Besakih เป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยวัดย่อย 22 แห่งทอดยาวต่อเนื่องกว่า 3 กิโลเมตร
จากด้านบนของวัด คุณจะสามารถมองเห็นวิวพาโนรามาของบาหลีอันแสนโรแมนติก ทั้งทุ่งข้าวสีเขียวสด ลำธารใสไหลริน หรือแนวภูเขาที่ลอยลับอยู่ท่ามกลางสายหมอก
วัดเบซากีห์ยังถือเป็น “หัวใจ” ทางจิตวิญญาณของชาวบาหลีมาตั้งแต่สมัยโบราณ
- ที่อยู่: Jl. Gunung Mas No.Ds, Besakih, Rendang, Kabupaten Karangasem, Bali
- เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 18:00 (เปิดตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้เลื่อมใสศาสนาฮินดู)
2. วิธีเดินทางไปวัด Pura Besakih
2.1 เดินทางไปบาหลี
การเดินทางจากเวียดนามไปบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย สามารถบินตรงไปยังสนามบินนูราห์ไร (Ngurah Rai Airport)
ปัจจุบัน Vietjet มีเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปบาหลีมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 ด่ง
เพื่อให้ได้ราคาดีและจัดการเวลาเดินทางได้สะดวก แนะนำให้จองล่วงหน้า 1-2 เดือนก่อนเดินทาง
2.2 เดินทางไปวัด Pura Besakih
วัดเบซากีห์อยู่ห่างจากตัวเมืองอูบุดประมาณ 50 กม. (หรือมากกว่า 1 ชั่วโมงโดยรถยนต์)คุณสามารถเลือกเดินทางโดยรถบัสหรือเบโม (รถมินิแวน) ซึ่งเป็นพาหนะหลักในอูบุดและสนามบินเดนปาซาร์ จึงสะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวคุณยังสามารถนั่งรถจากวัดกลับไปสนามบินด้วยพาหนะสองประเภทนี้ โดยรถเบโมเที่ยวสุดท้ายจะออกจากวัดประมาณบ่าย 3 โมงนอกจากนี้ คุณยังสามารถเช่ารถยนต์ เช่ารถพร้อมคนขับ หรือเช่ามอเตอร์ไซค์เพื่อความสะดวกสบายและคล่องตัวมากขึ้นนี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์และชื่นชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ดูเพิ่มเติม: ร่วมกับ Vietjet สำรวจบาหลี – เกาะสวรรค์แห่งเอเชีย
3. ประวัติการก่อตั้งวัด Pura Besakih
ตามคำบอกเล่าของชาวบ้านท้องถิ่น วัดแห่งนี้มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 10 และเป็นศูนย์กลางศักดิ์สิทธิ์ของบาหลีตั้งแต่สมัยโบราณ ตำนานเล่าว่าในศตวรรษที่ 8 มาร์กันเดยะ นักปราชญ์ชาวอินเดียที่มาเผยแผ่ศาสนาในบาหลี ได้พาผู้ติดตามจำนวน 8,000 คนมาถางภูเขาและป่าดงเพื่อสร้างเมืองใหม่ อย่างไรก็ตาม เขาล้มเหลว เนื่องจากมีผู้ติดตามเสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากโรคภัยและอุบัติเหตุ ทำให้มาร์กันเดยะต้องยุติแผนการนี้ เขาย้ายไปอยู่ที่เกาะชวาและได้ทำสมาธิ อธิษฐานเพื่อให้สามารถบรรลุเจตจำนงของตนได้สำเร็จ ในที่สุดเขาได้รับแรงดลใจจากเทพเจ้าให้กลับมายังบาหลีเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่ถางป่าฝน ต้องให้เกียรติธรรมชาติและแม่ธรณี มาร์กันเดยะปฏิบัติตามและสามารถทำสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ได้ เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้า เขาได้สร้างวัดเล็ก ๆ ขึ้น ณ บริเวณที่เป็นวัดเบซากีห์ในปัจจุบัน ชื่อของวัดมีที่มาจากงูศักดิ์สิทธิ์ในตำนานฮินดูที่ชื่อว่า “บาสุกิ” (Basuki) ซึ่งมีพลังและความศักดิ์สิทธิ์สูง
ในปี ค.ศ. 1963 เมื่อภูเขาไฟอากุงปะทุ ลาวาได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 1,000 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อมันไหลมาถึงใกล้เชิงวัด Pura Besakih เพียงไม่กี่ร้อยเมตร ลาวาก็หยุดลง ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะปาฏิหาริย์และสัญญาณจากเทพเจ้าที่ช่วยปกป้องวัดไม่ให้ถูกทำลาย ตำนานนี้เองที่ทำให้วัดแห่งนี้ในบาหลีกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ในปี ค.ศ. 1995 วัด Pura Besakih ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก
วัด Pura Besakih ได้รับการเสนอชื่อเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1995
4. สถาปัตยกรรมโดดเด่นจากการรวมวัดหลายแห่งไว้ด้วยกัน
ทางเข้าวัดเป็นบันไดหินขนาดใหญ่สูงตระหง่าน ประดับด้วยภาพแกะสลักจากมหากาพย์รามายณะและมหาภารตะ ประตูทางเข้าเป็นรูปหอคอยที่แยกออกเป็นสองด้าน ซึ่งกลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้
กลุ่มวัดแห่งนี้แบ่งออกเป็นหลายพื้นที่ โดยแต่ละพื้นที่เป็นตัวแทนของ 7 ชั้นของจักรวาลตามความเชื่อของศาสนาฮินดู แต่ละพื้นที่มีวัดเฉพาะของตน มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน และมีบทบาทเฉพาะในวิถีชีวิตจิตวิญญาณของชาวอินโดนีเซีย
วัด Pura Besakih มีวัดหลัก 3 แห่งที่อุทิศให้กับเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาฮินดู
- วัด Pura Penataran Agung: วัดศูนย์กลางของกลุ่มวัด ใช้ธงสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ (เทพแห่งการทำลาย)
- วัด Pura Kiduling Kreteg: ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ใช้ธงสีแดงแทนพระพรหม (เทพผู้สร้าง)
- วัด Pura Batu Madeg: ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ใช้ธงสีดำแทนพระวิษณุ (เทพผู้ปกป้อง)
นอกจากนี้ยังมีวัดอื่น ๆ เช่น วัด Gelap Pura (บูชาเทพอิศวร), วัด Pura Ulun Kulkul (เก็บ kulkul – ฆ้องไม้ของชาวบาหลี), วัด Pura Hyang Haluh (ประดิษฐานรูปสลักหินโบราณของนกเทพ Garuda) เป็นต้น หนึ่งในจุดเด่นของวัดในอินโดนีเซียแห่งนี้คือหลังคาที่มุงด้วยใบปาล์มแบบดั้งเดิม หลังผ่านกาลเวลานับพันปี สีของหลังคาเปลี่ยนเป็นดำแวววาว มีคราบตะไคร่เก่าปกคลุม ซึ่งยิ่งเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และลึกลับให้กับวัดแห่งนี้
วัดแต่ละแห่งใน Pura Besakih มีเทศกาลของตนเอง โดยเฉลี่ยแต่ละปีจะมีประมาณ 70 เทศกาลดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่คุณจะได้เข้าร่วมเทศกาลใดเทศกาลหนึ่งเมื่อมาเยี่ยมชมวัด
สองเทศกาลที่สำคัญที่สุด ได้แก่
- Batara Turun Kabeh: แปลว่า “เทพเจ้าทั้งหมดปรากฏพร้อมกัน” ชาวบาหลีเชื่อว่าเทพเจ้าฮินดูจะเสด็จลงมาในช่วงเวลาเดียวกัน
- Purnama Kedasa: เทศกาลพระจันทร์เต็มดวง มีความสำคัญกับชาวฮินดูในบาหลี โดยในช่วงเทศกาลนี้ วัดจะถูกตกแต่งด้วยผ้าและธงสีขาว แดง ดำ เหลือง. ผู้คนจะแต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ถือหรือแบกของถวายบนศีรษะ เดินทางไปแสวงบุญยังวัดต่าง ๆ
ประตูทางเข้าวัดแม่ Pura Besakih มีลักษณะเป็นหอคอยแยกออกเป็นสองฝั่ง ซึ่งดูโดดเด่นและยิ่งใหญ่มาก
5. ข้อควรรู้เมื่อไปสักการะวัดแม่ Pura Besakih
เนื่องจากวัด Pura Besakih เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตทางจิตวิญญาณของชาวบาหลีและชาวอินโดนีเซีย, คุณควรใส่ใจข้อควรปฏิบัติต่อไปนี้เพื่อไม่ให้ละเมิดกฎของวัด:
- ค่าธรรมเนียมเข้าชมวัดอยู่ที่ 60,000 รูเปียห์ต่อคน (ประมาณ 93,000 ด่ง) ซึ่งรวมผ้าซารองไว้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มจากภายนอกวัด
- เนื่องจากต้องเดินกลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรเตรียมครีมกันแดด หมวก เสื้อแขนยาว และรองเท้าสวมสบาย
- ตามธรรมเนียมที่นี่ นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโบสถ์หลัก แต่สามารถชมได้จากด้านนอก
- ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนไม่สามารถเข้าวัดได้
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมคือฤดูแล้ง (ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกันยายน)
- ควรไปช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อสัมผัสความสงบงามของวัด
- ไม่จำเป็นต้องจ้างไกด์บริเวณรอบวัด เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง
คุณควรแวะไปยังวัด Pura Besakih ในช่วงเช้าหรือเย็น เพื่อสัมผัสความสงบเงียบของวัดแห่งนี้
ดูเพิ่มเติม: ไปบาหลีต้องขอวีซ่าหรือไม่? ขั้นตอนการขอวีซ่าอย่างละเอียด
ข้อมูลข้างต้นคือประสบการณ์การเยี่ยมชมวัดแม่ Pura Besakih ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย หวังว่าจะช่วยให้คุณมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปปัจจุบัน Vietjet ให้บริการหลายเที่ยวบินไปยังบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในราคาที่น่าดึงดูดคุณยังสามารถรอแคมเปญตั๋วเครื่องบิน 0 บาทสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ทุกวันศุกร์ที่ คลิกที่นี่
อย่าลืมติดตาม Vietjet เพื่ออัปเดตข่าวสารท่องเที่ยวและโปรโมชั่นล่าสุด
- Fanpge: https://www.facebook.com/vietjetvietnam
- YouTube: https://youtube.com/c/VietjetOfficial
- TikTok: https://www.tiktok.com/@vietjetvietnam
- Instagram: https://instagram.com/vietjet
- Zalo: https://oa.zalo.me/vietjet

จองตั๋วเครื่องบิน
Skyshop
อีวาวเชอร์
E-Sim
E-Visa
ลงทะเบียนสกุลเงินต่างประเทศ
โรงแรม
ประกันภัย
SkyJoy









