แตกต่างจากหลายจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในประเทศจีน จิ่วไจ้โกว (Cuu Trai Cau) มอบประสบการณ์ราวกับก้าวเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยาย ด้วยทะเลสาบใสสะอาด น้ำตกอันงดงามที่ไหลผ่านผืนป่าดงดิบ และเทือกเขา Minshan ที่ยิ่งใหญ่โอบล้อม ความมหัศจรรย์ของจิ่วไจ้โกวอยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนโฉมหน้าไปตามสี่ฤดู ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่สดชื่น ฤดูใบไม้ร่วงที่ระยิบระยับ หรือฤดูหนาวที่ลึกลับเหนือจริง ทำให้ทุกการเดินทางคือประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกันเลย
นอกจากนี้ วัฒนธรรมทิเบตอันเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านโบราณ เทศกาลพื้นบ้าน หรืออาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ ล้วนสร้างแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ทำให้ จิ่วไจ้โกว ไม่ได้เป็นเพียงแค่จุดหมาย แต่เป็นการเดินทางที่พาคุณสัมผัส “แดนสวรรค์บนดิน” ที่หาที่ใดเปรียบไม่ได้
จิ่วไจ้โกวขึ้นชื่อไม่เพียงเพราะความงามเหนือจริงของธรรมชาติ แต่ยังเพราะการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างภูมิทัศน์กับวัฒนธรรม
1. “แดนสวรรค์บนดิน” – จิ่วไจ้โกวมีอะไรบ้าง?
1.1 จิ่วไจ้โกวอยู่ที่ไหน?
ชื่อ “จิ่วไจ้โกว” หมายถึง “หุบเขาเก้าหมู่บ้าน” อ้างถึงเก้าหมู่บ้านของชาวทิเบตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ที่นี่เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติ ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาปา ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน บนเทือกเขา Minshan โดยมีระดับความสูงตั้งแต่ 2,000 – 4,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ครอบคลุมพื้นที่กว่า 60,000 เฮกตาร์
จากเวียดนาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยัง Chengdu หรือ Xi An จากนั้นต่อการเดินทางไปจิ่วไจ้โกว โดยใช้เวลาบินราว 2–3 ชั่วโมงจากฮานอย และ 4–5 ชั่วโมงจากโฮจิมินห์ซิตี้ หลังจากลงเครื่อง สามารถเดินทางต่อด้วยรถบัสหรือแท็กซี่ (ประมาณ 1.5 ชั่วโมง) เพื่อเข้าสู่เขตอุทยาน
จองตั๋วเครื่องบินกับ Vietjet ไปประเทศจีนได้แล้ววันนี้ ราคาบัตรโดยสารเริ่มต้นเพียง 890,000 ด่ง รายละเอียด [ที่นี่]
1.2 ความงดงามของจิ่วไจ้โกว
จิ่วไจ้โกวมีชื่อเสียงจากทะเลสาบใสมากกว่า 114 แห่ง น้ำตกตระการตากว่า 17 แห่ง และหุบเขาหลัก 3 แห่งที่เรียงตัวกันเป็นรูปตัว Y ได้แก่ Rizegou, Zechawa Gou และ Shuzheng Gou ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโกในปี 1992 และเป็นเขตสงวนชีวมณฑลโลกในปี 1997 ด้วยภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์และระบบนิเวศที่หลากหลาย ที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ลิงจมูกเชิด และนกหายากกว่า 140 ชนิด
- ทะเลสาบห้าสี (Wu Cai Hai): ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,010 เมตร เป็น “ดวงตาแห่งจิ่วไจ้โกว” โดดเด่นด้วยน้ำใสสะท้อนหลากสี (น้ำเงิน เขียว เหลือง ส้ม) จากการผสมผสานของสาหร่าย หินปูน และแสงอาทิตย์
- น้ำตกไข่มุก (Zhenzhu Tan): ตั้งอยู่ในป่าดงดิบ เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยและดิบที่สุด เคยถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ไซอิ๋ว น้ำตกไหลพรั่งพรูราวไข่มุกนับพันระยิบระยับ
- ทะเลสาบยาว (Chang Hai): ทะเลสาบที่ใหญ่และลึกที่สุดของจิ่วไจ้โกว มีเส้นรอบวง 7.5 กม. และลึกกว่า 100 เมตร เกิดจากน้ำแข็งละลาย สะท้อนทิวเขาหิมะที่โอบล้อม
- น้ำตก Nuorilang: สูง 24.5 เมตร กว้าง 270 เมตร เป็นน้ำตกหินปูนที่ใหญ่ที่สุดในจีน ปรากฏในตอนจบของเรื่องไซอิ๋ว น้ำตกไหลแรงราวทางช้างเผือก สร้างบรรยากาศยิ่งใหญ่
- ทะเลสาบดอกไม้ห้า (Wu Hua Hai): ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัญมณีแห่งจิ่วไจ้โกว น้ำใสสีฟ้าอมเขียวมรกตจนมองเห็นต้นไม้โบราณจมอยู่ใต้น้ำ
ทุกมุมของจิ่วไจ้โกวล้วนทำให้นักท่องเที่ยวหลงใหลจนไม่อาจละสายตา
2. 4 ฤดูท่องเที่ยวจิ่วไจ้โกวที่ทำให้ผู้คนหลงใหล
2.1 ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม)
ฤดูใบไม้ผลิที่ จิ่วไจ้โกว (มีนาคม - พฤษภาคม) มอบความสดชื่นและความงดงามอันบริสุทธิ์ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 9-18°C ตอนเช้าและเย็นจะมีอากาศเย็นสบาย เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ทะเลสาบอย่าง Wu Cai Hai (ทะเลสาบห้าสี) จะใสจนสะท้อนภูเขาและผืนป่าเขียวชอุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถเดินบนทางเดินไม้เพื่อสำรวจหุบเขา Rize Gou หรือ Shuzheng Gou ได้อย่างเพลิดเพลิน ฤดูนี้ยังเป็นช่วงที่มีเทศกาลดั้งเดิมของชาวทิเบต เช่น เทศกาล Mazi หรือพิธีที่วัด Zharu เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็คได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ฤดูใบไม้ผลิที่จิ่วไจ้โกวเป็นการเริ่มต้นอันสดใหม่ นักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่น ทำให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มที่
2.2 ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม)
ฤดูร้อนที่ จิ่วไจ้โกว นำมาซึ่งความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย บางครั้งมีฝนโปรย อุณหภูมิกลางวันอยู่ที่ 19-26°C และกลางคืนประมาณ 10°C นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นบนทางเดินไม้ที่คดเคี้ยวผ่านผืนป่าดงดิบ ชื่นชมความใสของน้ำใน Wu Hua Hai (ทะเลสาบดอกไม้ห้า) หรือ Jing Hai (ทะเลสาบกระจก) ที่สะท้อนทิวทัศน์เขียวชอุ่ม น้ำตก Zhenzhu Tan (น้ำตกไข่มุก) และ Nuorilang ก็เป็นจุดชมสายน้ำที่ไหลเชี่ยวอย่างน่าตื่นตา การลิ้มลองอาหารทิเบต เช่น เนื้อย่าง ชาเนย และการชมการแสดงเพลงและการเต้นรำพื้นบ้าน ก็เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
ฤดูร้อนเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของจีน
2.3 ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน)
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่ จิ่วไจ้โกว สวมเสื้อคลุมสีสันสดใสที่สุด อุณหภูมิอยู่ที่ 7-20°C ท้องฟ้าแจ่มใสและฝนน้อย ป่าดงดิบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดง และส้ม ตัดกับน้ำทะเลสาบสีเขียวมรกตอย่าง Jing Hai หรือ Wu Hua Hai ราวกับภาพวาด นักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็คสามารถเดินป่าไปตามเส้นทางธรรมชาติ ถ่ายรูปที่น้ำตก Nuorilang หรือเข้าร่วมงานเทศกาลใบไม้แดงในเดือนตุลาคม
อากาศบริสุทธิ์ ท้องฟ้าแจ่มใส และสีสันตระการตาของฤดูใบไม้ร่วงทำให้ทุกช่วงเวลาเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
2.4 ฤดูหนาว (พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์)
ฤดูหนาวที่ จิ่วไจ้โกว ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน อุณหภูมิ -6°C ถึง 9°C สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหา ทะเลสาบ Chang Hai (ทะเลสาบยาว) และน้ำตก Zhenzhu Tan กลายเป็นน้ำแข็งระยิบระยับราวคริสตัล นักท่องเที่ยวสามารถเล่นสกีที่ภูเขา Jiagu เดินชมทิวทัศน์หิมะโปรยปราย หรือถ่ายรูปที่ Wu Cai Hai ซึ่งยังคงสีฟ้าสวยแม้ปกคลุมด้วยน้ำแข็งบาง ๆ การลิ้มลองอาหารร้อน ๆ เช่น ชาบูเนื้อจามรี และการเยี่ยมชมหมู่บ้านทิเบตเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ก็เป็นประสบการณ์อันอบอุ่น ฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวน้อย แต่บางพื้นที่ เช่น ป่าดงดิบ จะปิดให้เข้าชม
อากาศหนาวเย็นแต่บริสุทธิ์ มอบความรู้สึกสงบเมื่อคุณก้าวเดินท่ามกลางป่าสนที่ปกคลุมด้วยหิมะ
3. ประสบการณ์ท่องเที่ยวจิ่วไจ้โกวด้วยตัวเอง
3.1 ควรแต่งตัวยังไงเมื่อไปจิ่วไจ้โกว?
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): ควรนำเสื้อแขนยาว เสื้อแจ็คเก็ตบาง เสื้อกันลม กางเกงขายาว และรองเท้ากีฬากันลื่น เพราะอากาศมีฝนปรอยและเส้นทางชื้นแฉะ
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): อากาศเย็นสบายแต่บางครั้งมีฝนตก ควรใส่เสื้อแขนสั้น กางเกงผ้าน้ำหนักเบา พกเสื้อกันฝนหรือเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำ รองเท้ากันลื่น หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดเพราะรังสียูวีแรง
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): เสื้อกันหนาว เสื้อแจ็คเก็ต เสื้อกันลม กางเกงขายาว และรองเท้ากีฬา เป็นสิ่งจำเป็น
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเตรียมเสื้อกันหนาวแบบเก็บความร้อน เสื้อขนเป็ด เสื้อกันลม ถุงมือ ผ้าพันคอ หมวกไหมพรม รองเท้ากันลื่น และถุงเท้าหนา ๆ
ไม่ว่าจะไปฤดูไหน นักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็คก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่เบา เคลื่อนไหวสะดวก เพื่อเดินบนเส้นทางธรรมชาติได้ง่าย
3.2 ควรไปจิ่วไจ้โกวเดือนไหน?
ทุกฤดูที่จิ่วไจ้โกวต่างมีเสน่ห์และความงามไม่เหมือนกัน แต่เดือนตุลาคมถือว่าสวยที่สุด เป็นฤดูใบไม้ร่วงที่ป่าดงดิบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดง และส้ม ตัดกับทะเลสาบสีเขียวมรกต อากาศ 8-18°C แทบไม่มีฝน เหมาะสำหรับชมวิวและถ่ายรูป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและชอบบรรยากาศเงียบสงบ ควรไปเดือนเมษายนเพื่อชมดอกซากุระและกุหลาบพันปีบาน อากาศ 9-14°C สดชื่น นอกจากนี้เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมก็เป็นช่วงที่ดี หากต้องการหลีกหนีความร้อนและเพลิดเพลินกับกิจกรรมฤดูร้อน
3.3 แผนที่จิ่วไจ้โกวมีอะไรบ้าง?
จิ่วไจ้โกวเป็นอุทยานแห่งชาติที่มี 3 หุบเขาหลัก (Shuzheng Gou, Rize Gou, Zechawa Gou) อยู่ในรูปตัว Y มีทะเลสาบกว่า 114 แห่ง น้ำตก 17 แห่ง ป่าดงดิบ และหมู่บ้านวัฒนธรรมทิเบต
- หุบเขา Shuzheng Gou: หุบเขาหลักยาว 14 กม. คึกคักที่สุด มีทะเลสาบธรรมชาติกว่า 40 แห่ง เช่น ทะเลสาบกก ทะเลสาบดอกไฟ น้ำตก Nuorilang และหมู่บ้าน Shuzheng
- หุบเขา Rize Gou: ยาว 18 กม. โด่งดังด้วยน้ำใสและป่าดงดิบ มีสถานที่ดัง เช่น ทะเลสาบห้าสี (Wu Cai Hai), ทะเลสาบกระจก (Jing Hai), น้ำตกไข่มุก (Zhenzhu Tan)
- หุบเขา Zechawa Gou: ยาว 18 กม. เงียบสงบกว่า แต่ก็มีความงดงาม เช่น ทะเลสาบยาว (Chang Hai), ทะเลสาบดอกไม้ห้า (Wu Hua Hai) และป่าดงดิบ
สถานที่ทางวัฒนธรรมที่ควรไป:
- หมู่บ้าน Shuzheng: หมู่บ้านเก่าของชาวทิเบต สามารถชมบ้านหินโบราณ การแสดงวัฒนธรรม และเช่าชุดทิเบตถ่ายรูป
- หมู่บ้าน Aba Jingtulou: จัดแสดงวัฒนธรรมทิเบตผ่านภาพเขียน Thangka, เสื้อผ้าดั้งเดิม และของใช้พื้นบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตและลองทำหัตถกรรมทิเบต
- หมู่บ้าน Zechawa Wazhai: หมู่บ้านเล็ก ๆ มีบริการเช่าชุดทิเบตถ่ายรูป และแนะนำประเพณีท้องถิ่น
การเดินทางภายใน: ใช้รถบัสรับส่งฟรี (รวมในบัตรเข้าอุทยาน) ร่วมกับเส้นทางไม้หลายสิบกิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสะดวกในการเดินชมวิว แต่ละจุดห่างกันเพียง 1-5 กม. ใช้เวลาเที่ยวได้ภายใน 1-2 วัน
โดยสรุปแล้ว Jiuzhaigou ด้วยความงดงามของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามสี่ฤดู ถือเป็นจุดหมายที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและการผจญภัย ให้การเดินทางสู่ “แดนสวรรค์บนดิน” แห่งนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าในชีวิตของคุณ อย่ารอช้า วางแผนการเดินทางตั้งแต่วันนี้ ออกค้นพบ Jiuzhaigou และสัมผัสวัฒนธรรมที่มีสีสันของที่ราบสูงทิเบต และอย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินกับ Vietjet ไปจีน เพื่อเริ่มต้นทริปของคุณอย่างคุ้มค่าและสะดวกสบาย พร้อมติดตามโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินในประเทศและระหว่างประเทศ 0 ดอง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 – 14.00 น. เพื่อรับข้อเสนอสุดพิเศษ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่นี่
ติดตาม Vietjet ต่อไปเพื่อไม่พลาดข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุดนะครับ!
- Facebook: https://www.facebook.com/vietjetvietnam
- Instagram: https://instagram.com/vietjet
- YouTube: https://www.youtube.com/VietjetOfficial
- TikTok: https://www.tiktok.com/@vietjetvietnam
- Zalo: https://oa.zalo.me/vietjet

จองตั๋วเครื่องบิน
Skyshop
อีวาวเชอร์
E-Sim
E-Visa
ลงทะเบียนสกุลเงินต่างประเทศ
โรงแรม
ประกันภัย
SkyJoy












