คุณกำลังมองหาการผจญภัยที่น่าจดจำ ท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จนแทบลมหายใจหยุดไหม? ถ้าใช่ เตรียมกระเป๋าให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่ ภูเขาไฟโบรโม่ – หนึ่งในจุดหมายปลายทางอันโดดเด่นและตื่นตาที่สุดของอินโดนีเซีย การปีนภูเขาไฟโบรโม่ไม่เพียงเป็นการท้าทายตัวเอง แต่ยังเป็นโอกาสได้ชื่นชมความงดงามเหนือจริงของธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นอันน่าอัศจรรย์ที่ปล่องภูเขาไฟ
เพื่อให้การปีนเขาของคุณปลอดภัยและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่าพลาดข้อมูลสำคัญด้านล่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเดินทาง วิธีการเทรกกิ้ง การชมพระอาทิตย์ขึ้น และข้อควรระวังเมื่อไปเที่ยวภูเขาไฟโบรโม่
1.แนะนำเกี่ยวกับภูเขาไฟโบรโม่
1.1 ภูเขาไฟโบรโม่อยู่ที่ไหน?
ภูเขาไฟโบรโม่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Bromo Tengger Semeru จังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย มีความสูงประมาณ 2,329 เมตร ถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นจุดหมายปลายทางที่ห้ามพลาดหากคุณมาเยือนอินโดนีเซีย หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ธรรมชาติที่แปลกใหม่ โบรโม่คือคำตอบที่ใช่
ด้วยความสูงราว 2,329 เมตร ภูเขาไฟโบรโม่ถือเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
1.2 อะไรคือเสน่ห์ของภูเขาไฟโบรโม่?
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ภูเขาไฟโบรโม่กลายเป็นจุดหมายในฝันของนักท่องเที่ยวหลายล้านคน แม้จะไม่ใช่ภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาค แต่ทิวทัศน์ที่นี่กลับเต็มไปด้วยความงดงามเกินจินตนาการ:
- ภูมิประเทศเหนือจริง: บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่บนดาวเคราะห์อีกดวง มีทะเลทรายกว้างใหญ่ (Laut Pasir) ภูเขาไฟเรียงรายอย่างสง่างาม (โบรโม่, บาโต๊ค, เซเมรู) และปล่องภูเขาไฟโบรโม่ที่ยังคงพ่นควันสีขาวให้เห็น
- พระอาทิตย์ขึ้นแสนมหัศจรรย์: นี่คือไฮไลต์ของการมาเที่ยวโบรโม่ — ขณะที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า สีชมพูและทองค่อยๆ ย้อมท้องฟ้าและหมอกในหุบเขาให้กลายเป็นฉากที่คุณจะไม่มีวันลืม
- เทรกกิ้งสุดพิเศษ: เส้นทางปีนเขาโบรโม่ไม่ยากจนเกินไป แต่ก็ให้ความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อคุณเดินข้ามทะเลทรายและปีนบันไดเพื่อไปสู่ปากปล่องภูเขาไฟ
- ภูเขาไฟยังมีชีวิต: โบรโม่ยังคงเป็นภูเขาไฟที่มีพลัง มีการปะทุบ้างเล็กน้อยเป็นครั้งคราว ซึ่งเพิ่มเสน่ห์ของความดิบ ความลึกลับ และพลังของธรรมชาติ
- วัฒนธรรมท้องถิ่น: พื้นที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเผ่า Tengger ผู้มีวัฒนธรรมและความเชื่อเฉพาะตัว โดยแสดงออกผ่านพิธี Yadnya Kasada ที่จัดขึ้นทุกปี
2.การเดินทางสู่ภูเขาไฟโบรโม่ ประเทศอินโดนีเซีย
2.1 เดินทางจากเวียดนามไปอินโดนีเซีย
จากเวียดนาม คุณสามารถบินไปยัง จาการ์ตา (Jakarta), สุราบายา (Surabaya) หรือ มาลัง (Malang) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่บนเกาะชวา อินโดนีเซีย สายการบินยอดนิยมอย่าง Vietjet มีเที่ยวบินราคาประหยัดจากโฮจิมินห์ซิตี้หรือฮานอยไปยังเมืองเหล่านี้:
- สนามบินนานาชาติ Soekarno-Hatta (CGK) ในจาการ์ตา: เมืองหลวงของอินโดนีเซีย มีเที่ยวบินจากเวียดนามหลากหลายเส้นทาง หลังจากลงเครื่องคุณจะต้องต่อเที่ยวบินภายในประเทศหรือเดินทางด้วยรถไฟ/รถบัสไปยังสุราบายาหรือมาลัง
- สนามบินนานาชาติ Juanda (SUB) ในสุราบายา: เป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุด เพราะอยู่ใกล้ภูเขาไฟโบรโม่ที่สุด แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากเวียดนามไปสุราบายา แต่สามารถจองเที่ยวบินต่อเครื่องเพียง 1 ครั้งได้
หากคุณยังไม่รู้จะซื้อตั๋วเครื่องบินไปอินโดนีเซียที่ไหน ลองพิจารณาซื้อตั๋วจาก Vietjet ดูสิ Vietjet ปัจจุบันเป็นสายการบินภายในประเทศที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากโฮจิมินห์ซิตี้และฮานอยไปยังหลากหลายจุดหมายปลายทางในอินโดนีเซีย ราคาตั๋วเครื่องบินไปอินโดนีเซียกับ Vietjet นั้นเป็นมิตรสุด ๆ เหมาะกับผู้เดินทางทุกกลุ่ม โดยเริ่มต้นเพียง 599,000 ดอง เท่านั้นที่พิเศษไปกว่านั้นคือ Vietjet กำลังมีโปรโมชั่น “12 โมงตรง! ถึงเวลา Vietjet แล้ว!” ที่เปิดโอกาสให้คุณ ล่าตั๋ว 0 ดอง ได้เมื่อจองเที่ยวบินไปอินโดนีเซีย รวมถึงเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศอีกมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย! |
Vietjet ปัจจุบันให้บริการเที่ยวบินตรงจากโฮจิมินห์และฮานอยไปยังหลากหลายจุดหมายปลายทางในอินโดนีเซีย
อ่านเพิ่มเติม: ประสบการณ์เที่ยวจาการ์ตาด้วยตัวเอง ตั้งแต่ A ถึง Z
2.2 การเดินทางไปภูเขาไฟโบรโม่
จาก สุราบายา หรือ มาลัง มีหลายวิธีที่สามารถเดินทางไปยังหมู่บ้าน Cemoro Lawang ซึ่งเป็นประตูสู่การปีนภูเขาไฟโบรโม่:
- เช่ารถส่วนตัวพร้อมคนขับ: เป็นวิธีที่สะดวกและสบายที่สุด โดยเฉพาะหากเดินทางเป็นกลุ่ม รถจะพาคุณตรงไปยังที่พักใน Cemoro Lawang โดยใช้เวลาประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
- ใช้ขนส่งสาธารณะ:
- จากสุราบายาหรือมาลัง: นั่งรถบัสหรือรถไฟไปยังเมือง Probolinggo
- จาก Probolinggo: นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง (ojek) หรือรถตู้โดยสาร (ที่เรียกว่า "bison" หรือ "elf" ซึ่งต้องรอผู้โดยสารเต็มก่อนออก) ไปยัง Cemoro Lawang เส้นทางนี้ค่อนข้างชันและคดเคี้ยว
- ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง
- เช่ามอเตอร์ไซค์ขับเอง: ตัวเลือกนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และใบขับขี่ที่ถูกต้อง หากคุณไม่คุ้นเคยกับเส้นทาง ไม่แนะนำให้ขับเอง
3.เทรกกิ้งภูเขาไฟโบรโม่อันยิ่งใหญ่ – ประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
3.1 เส้นทางปีนภูเขาไฟโบรโม่ – เรียบง่ายแต่น่าทึ่ง
การปีนภูเขาไฟโบรโม่ไม่ได้ยากมาก เหมาะสำหรับนักเดินทางมือใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางต้องเดินผ่านทางเดินที่เป็นหินและทรายจม อาจเจอช่วงทางชันและลำบากบางจุด จึงต้องระมัดระวังตลอดทางเพื่อความปลอดภัย
หากคุณต้องการเยี่ยมชมปล่องภูเขาไฟโบรโม่ และขับรถผ่านหุบเขาทะเลทรายที่เรียกว่า "Sea of Sand" คุณสามารถเดินเท้าข้ามหุบเขาประมาณ 45 นาที หรือขับมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง หรือใช้บริการ รถจี๊ป ไปยังเชิงเขา จากนั้นเริ่มปีนบันไดประมาณ 250 ขั้น ขึ้นไปยังขอบปล่องภูเขาไฟ ซึ่งคุณจะสามารถมองลงไปเห็นไอควันของภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น และสัมผัสพลังของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เส้นทางนี้แม้จะไม่ยาก แต่ต้องระวังฝุ่นและผู้คนจำนวนมาก โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
หากคุณเป็นสายแอดเวนเจอร์ที่ชอบเส้นทางท้าทายมากขึ้น สามารถลองเดินเท้าจาก Cemoro Lawang โดยตรง ซึ่งเป็นเส้นทางไกลและต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี
เมื่อถึงปล่องภูเขาไฟ อย่าลืมรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการปีนป่ายบริเวณขอบที่อันตราย
3.2 การตามล่าพระอาทิตย์ขึ้น – ไฮไลต์ของการเที่ยวภูเขาไฟโบรโม่
ช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุดในการเที่ยวภูเขาไฟโบรโม่ คือการชมพระอาทิตย์ขึ้น หากคุณต้องการไปถึงจุดชมวิวทันเวลารับแสงแรกของวัน ควรเริ่มเทรกกิ้งจากหมู่บ้าน Cemoro Lawang ตั้งแต่ตี 2 – ตี 3
ระหว่างทางคุณสามารถเลือกชมพระอาทิตย์ขึ้นได้จากจุดยอดนิยม เช่น Penanjakan 1, Penanjakan 2 (Seruni Point), King Kong Hill หรือ Love Hill ซึ่งสามารถเดินไปเองหรือใช้บริการ รถจี๊ป ราคาประมาณ 150,000 รูเปียห์ (ราว 235,000 ดองเวียดนาม) แนะนำให้ต่อรองราคาเพื่อความคุ้มค่า
เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปิด ทางทิศตะวันออกจะไล่สีจากม่วงเข้มเป็นชมพู ส้ม และเหลืองทอง แสงแรกของวันจะสาดส่องยอดเขาโบรโม่ อินโดนีเซีย, ภูเขา Batok และยอดเขา Semeru ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป ลอดผ่านทะเลหมอกและเมฆในหุบเขา กลายเป็นภาพธรรมชาติที่สวยจนแทบลมหายใจหยุด อากาศหนาว ความเงียบ และทิวทัศน์ยิ่งใหญ่เบื้องหน้า จะกลายเป็นความทรงจำที่ฝังลึกในใจคุณ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผู้คนนับพันยอมตื่นตั้งแต่กลางดึกเพื่อมาสัมผัสประสบการณ์การปีนภูเขาไฟโบรโม่
พระอาทิตย์ขึ้น คือช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุดของทริปเยือนภูเขาไฟโบรโม่
4. ประสบการณ์เที่ยวภูเขาไฟโบรโม่แบบฉบับเดินทางเอง
4.1 ควรไปเทรกกิ้งภูเขาไฟโบรโม่เดือนไหนดีที่สุด?
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการไปเที่ยวภูเขาไฟโบรโม่คือ ฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม ช่วงนี้อากาศแห้ง ฝนน้อย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง และที่สำคัญคือท้องฟ้ามักปลอดโปร่ง ทำให้สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างชัดเจนและสวยงามกว่าช่วงอื่นของปี
ถึงแม้ว่า ฤดูฝน (พฤศจิกายนถึงมีนาคม) จะยังสามารถไปเที่ยวได้ แต่ทัศนวิสัยอาจถูกจำกัดด้วยหมอก ฝน และสภาพถนนที่ลื่นและเฉอะแฉะ ซึ่งจะทำให้การเทรกกิ้งลำบากยิ่งขึ้น
4.2 ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยเมื่อปีนเขาในช่วงภูเขาไฟยังคงมีกิจกรรม
ภูเขาไฟโบรโม่ยังเป็นภูเขาไฟที่ ยังมีพลังงานและกิจกรรมทางธรณีวิทยาอยู่ แม้ว่าเหตุการณ์ปะทุรุนแรงจะเกิดไม่บ่อยนัก แต่คุณควรระมัดระวังเสมอ:
- ตรวจสอบสถานะของภูเขาไฟ: ก่อนเดินทาง ควรอัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงจากเว็บไซต์ทางการ เช่น PVMBG (ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยแผ่นดินไหวและภูเขาไฟของอินโดนีเซีย) หรือสอบถามข้อมูลจากบริษัททัวร์ในท้องถิ่น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำ: ฟังคำแนะนำจากไกด์หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเสมอ โดยเฉพาะกรณีมีพื้นที่ห้ามเข้า
- ระวังใกล้ปากปล่องภูเขาไฟ: เมื่อเดินทางถึงบริเวณปากปล่อง ควรรักษาระยะห่างอย่างปลอดภัย ห้ามปีนขอบ หรือเข้าไปในจุดอันตราย และควรระวังการสูดดมก๊าซซัลเฟอร์และเถ้าภูเขาไฟ
ก่อนเดินทาง ควรตรวจสอบสถานะความเสี่ยงการปะทุของภูเขาไฟโบรโม่จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้
4.3 เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง
เพื่อให้การเที่ยวภูเขาไฟโบรโม่ของคุณทั้ง ปลอดภัยและน่าจดจำ อย่าลืมตรวจสอบรายการสิ่งของที่ควรพกติดตัว:
- เสื้อผ้ากันหนาว: อุณหภูมิช่วงเช้าอาจต่ำกว่า 5°C แนะนำให้สวมใส่หลายชั้น เช่น เสื้อกันหนาวด้านใน เสื้อขนสัตว์/เสื้อผ้ารักษาอุณหภูมิ และเสื้อแจ็คเก็ตกันลมกันน้ำ พร้อมด้วยหมวกไหมพรม ถุงมือ และผ้าพันคอ
- รองเท้า: ใช้รองเท้าเทรกกิ้งหรือรองเท้ากีฬาที่มีพื้นยางกันลื่นและใส่สบาย
- ไฟฉาย: จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเดินทางตอนกลางคืน ควรใช้ไฟฉายแบบคาดศีรษะเพื่อให้มือว่าง
- หน้ากากป้องกันฝุ่น: สำคัญมาก โดยเฉพาะบริเวณใกล้ปล่องภูเขาไฟหรือพื้นที่ทะเลทราย ควรใช้หน้ากาก N95 หรือเทียบเท่า
- แว่นกันแดดและครีมกันแดด: แสงแดดหลังพระอาทิตย์ขึ้นค่อนข้างแรง
- น้ำดื่มและของว่าง: เตรียมน้ำให้เพียงพอ และขนมพกพาเพื่อเติมพลังระหว่างทาง
- เอกสารสำคัญ: ข่าวดีคือ พลเมืองเวียดนาม ไม่ต้องใช้วีซ่า หากเดินทางท่องเที่ยวในอินโดนีเซียไม่เกิน 30 วัน แต่ต้องตรวจสอบว่า หนังสือเดินทางยังไม่หมดอายุ
การปีนภูเขาไฟโบรโม่คือประสบการณ์ที่ ทั้งตื่นเต้นและตราตรึงใจ ไม่ว่าจะเป็นการเดินข้ามทะเลทรายกว้างใหญ่ ปีนบันไดจนถึงปล่องภูเขาไฟ หรือช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่ของการชมพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างยอดเขา — ทุกโมเมนต์จะกลายเป็นความทรงจำแสนพิเศษ หวังว่าเคล็ดลับทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่ภูเขาไฟโบรโม่ ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่าลืมติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติม รวมถึงตารางบินล่าสุดไปยังอินโดนีเซีย ได้จากช่องทางทางการของ Vietjet ด้านล่างนี้เลยนะครับ!
- Website: https://www.vietjetair.com
- Facebook: https://www.facebook.com/vietjetvietnam
- Instagram: https://instagram.com/vietjet
- YouTube: https://www.youtube.com/VietjetOfficial
- TikTok: https://www.tiktok.com/@vietjetvietnam
- Zalo: https://oa.zalo.me/vietjet

จองตั๋วเครื่องบิน
Skyshop
อีวาวเชอร์
E-Sim
E-Visa
ลงทะเบียนสกุลเงินต่างประเทศ
โรงแรม
ประกันภัย
SkyJoy










