วันเดินทาง
วันเดินทางกลับ
คุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการ “คลายร้อน” และค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ในวันหยุดฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงหรือไม่? การท่องเที่ยวประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนถือเป็นคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมที่คุณไม่ควรพลาด แม้อากาศร้อนอบอ้าวค่อนข้างรุนแรง แต่ดินแดนแห่งพระพุทธรูปทองคำก็ยังมอบประสบการณ์อันหลากหลายที่เชื้อเชิญนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือน

ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้น ลมทะเลที่สดชื่น และค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ฤดูร้อนจึงเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการสำรวจประเทศไทย
ฤดูร้อนในประเทศไทยเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการค้นพบวัฒนธรรม ธรรมชาติ และอาหาร แม้อากาศร้อนชื้น แต่คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย
กรุงเทพมหานคร
ห้างสรรพสินค้าใหญ่ เช่น Central World, Siam Paragon, MBK Center: จุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับสายช้อปปิ้ง รวมถึงผู้ที่ต้องการลิ้มลองอาหารไทยที่ร้านหรู
SEA LIFE Bangkok Ocean World: ที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลนับพันชนิด เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่ต้องการกิจกรรมในร่ม
วัดอรุณราชวราราม (Wat Arun): ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด
พระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว (Wat Phra Kaew): สถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย นักท่องเที่ยวจะได้ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามและเรียนรู้ชีวิตจิตวิญญาณของคนไทย
ตลาดน้ำดำเนินสะดวก: สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งบนเรือ ชิมผลไม้สดและอาหารท้องถิ่น
ถนนข้าวสาร: ย่านกลางคืนคึกคัก มีบาร์ ร้านอาหาร และบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

พระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯ พร้อมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรและวัดพระแก้ว เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดในฤดูร้อน
เกาะภูเก็ต
หาดป่าตอง: ชายหาดคึกคัก เหมาะสำหรับสายปาร์ตี้และกิจกรรมทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี ร่มร่อน
หาดกะตะ & กะรน: บรรยากาศสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนและชมพระอาทิตย์ตก
หมู่เกาะพีพี: หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนต่อปีเพื่อชมปะการังและปลาทะเล
ถนนคนเดินบางลา: สัมผัสชีวิตกลางคืนที่คึกคักของภูเก็ต

พระใหญ่บนเขานาคเกิด จังหวัดภูเก็ต เป็นจุดเด่นที่มอบทิวทัศน์ทะเลกว้างใหญ่และบรรยากาศสงบ
สวรรค์ริมทะเลพัทยา
หาดพัทยา: ชายหาดคึกคัก มีกิจกรรมทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี ร่มร่อน และโต้คลื่น
ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth): วิหารไม้ขนาดใหญ่ แกะสลักอย่างประณีต ถ่ายทอดปรัชญาลึกซึ้งเกี่ยวกับชีวิตและจักรวาล
ตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา: ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและซื้อของที่ระลึก
เกาะล้าน: น้ำทะเลใส เหมาะแก่การว่ายน้ำ ดำน้ำชมปะการัง หรือพายเรือคายัค
สวนนงนุช: สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ มีภูมิทัศน์สวยงาม การแสดงช้าง โชว์วัฒนธรรมไทย และโซนไดโนเสาร์

เกาะล้านที่พัทยา ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยน้ำทะเลใสและบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนช่วงฤดูร้อน
“ดาลัตแห่งประเทศไทย” เชียงใหม่
ดอยอินทนนท์: ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย เส้นทางเดินป่าในป่าฝน น้ำตกวชิรธาร และอากาศเย็นสดชื่น
วัดพระธาตุดอยสุเทพ: วัดศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา มองเห็นวิวเมืองเชียงใหม่ เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของภูมิภาค
Elephant Nature Park: ศูนย์อนุรักษ์ช้างชื่อดัง ยึดแนวคิด “ไม่ขี่ช้าง” นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหาร อาบน้ำ และเรียนรู้ชีวิตของช้างในธรรมชาติ
ถนนคนเดินวันอาทิตย์ (Sunday Walking Street): ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ลิ้มลองอาหารท้องถนน เช่น ข้าวซอย ช้อปงานหัตถกรรม และชมการแสดงพื้นบ้านล้านนา
ดูเพิ่มเติม: สนามบินเชียงใหม่ ประเทศไทย – ที่อยู่ รูปภาพ และข้อควรทราบ

วัดพระธาตุดอยสุเทพที่เชียงใหม่ มอบประสบการณ์ทางจิตวิญญาณลึกซึ้งพร้อมวิวเมืองโดยรอบ
ส้มตำ (Som Tam): ส้มตำรสจัดถือเป็นสัญลักษณ์ของอาหารไทยในฤดูร้อน ด้วยความสดชื่นและกระตุ้นรสชาติ ลักษณะคือมะละกอดิบฝานเป็นเส้น คลุกเคล้ากับน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ มะนาว พริก และถั่วลิสงคั่ว บางครั้งใส่กุ้งแห้งหรือปูเค็ม รสชาติเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวานอย่างลงตัว
ข้าวซอย (Khao Soi): ก๋วยเตี๋ยวแกงกะหรี่แบบเฉพาะของเชียงใหม่ ใช้เส้นไข่เหลืองกรอบและนุ่ม แช่อยู่ในน้ำแกงกะทิหอมมัน ใส่เนื้อไก่หรือเนื้อวัว โรยด้วยหอมแดง มะนาว และพริกคั่ว แม้จะเป็นอาหารร้อน แต่ก็เป็นที่นิยมในฤดูร้อน เพราะรสชาติมันเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน
ต้มยำกุ้ง (Tom Yum Kung): ซุปเปรี้ยวเผ็ดขึ้นชื่อของไทย ผสมผสานกุ้งสด ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า พริก และเห็ด รสเปรี้ยวสดชื่นและเผ็ดร้อน ช่วยคลายร้อนได้ดี ในฤดูร้อนมักเสิร์ฟในรูปแบบน้ำใส เบากว่าแบบกะทิ เหมาะสำหรับบรรเทาความร้อน
ข้าวเหนียวมะม่วง (Khao Niew Mamuang): ของหวานยอดนิยมในฤดูร้อน ข้าวเหนียวหุงกับกะทิ รับประทานคู่กับมะม่วงสุกหวานฉ่ำ โรยด้วยงาคั่วหรือถั่วเขียวทอด ฤดูร้อนเป็นช่วงมะม่วงไทยออกผล โดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้หวานละมุน ทำให้เมนูนี้ยิ่งน่าลิ้มลอง
ทับทิมกรอบ (Tub Tim Grob): ของหวานที่ทำจากแห้วหั่นเต๋าคลุกแป้งมันสำปะหลัง ให้สัมผัสกรุบกรอบ แช่อยู่ในน้ำเชื่อมหอมหวานและกะทิหอมมัน ถือเป็นตัวเลือกดับร้อนที่สมบูรณ์แบบในฤดูร้อน

ส้มตำ Som Tam คืออาหารเด่นที่ทำให้อาหารฤดูร้อนของไทยมีสีสันมากยิ่งขึ้น
เทศกาลสงกรานต์ (Songkran): จัดขึ้นในช่วงขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินพุทธศักราช (ตรงกับวันที่ 13–15 เมษายนตามปฏิทินสากล) เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และสนุกสนานที่สุดในประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนโดยยูเนสโกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในเทศกาลนี้ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจะเข้าร่วมเล่นสาดน้ำตามท้องถนน ด้วยปืนฉีดน้ำ ถังน้ำ และลูกโป่งน้ำ สร้างบรรยากาศสดชื่นท่ามกลางความร้อนของเดือนเมษายน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดั้งเดิม เช่น สรงน้ำพระ ทำความสะอาดบ้าน และแสดงความเคารพต่อผู้สูงอายุ
เทศกาลบุญบั้งไฟ (Bun Bang Fai): จัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤษภาคมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นเทศกาลจุดบั้งไฟที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยและชาวลาวในภาคอีสาน เพื่อขอฝนและความอุดมสมบูรณ์ก่อนเข้าฤดูฝน ไฮไลต์คือการแข่งขันจุดบั้งไฟที่ทำเอง โดยตัดสินจากความสูง ระยะทาง และความสวยงามของควัน เทศกาลยังมีขบวนแห่ ดนตรีพื้นบ้าน การรำไทย และร้านอาหารพื้นเมือง

เทศกาลสงกรานต์ที่กรุงเทพฯ จัดขึ้นในเดือนเมษายน มอบบรรยากาศสนุกสนานด้วยกิจกรรมสาดน้ำแบบดั้งเดิม
ประเทศไทยตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงได้ง่ายด้วยทางเลือกการเดินทางที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม จากเวียดนาม วิธีที่รวดเร็วและสะดวกที่สุดในการมาที่นี่คือการเดินทางโดยเครื่องบิน เที่ยวบินตรงมักใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 15 นาที ขึ้นอยู่กับสนามบินต้นทางและจุดหมายในประเทศไทย
หากเดินทางไปกรุงเทพฯ คุณสามารถเลือกลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติหลักและใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ มักรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศขนาดใหญ่ นอกจากนี้ สนามบินดอนเมือง (DMK) ยังเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่สองของกรุงเทพฯ ที่มักรองรับสายการบินต้นทุนต่ำและเที่ยวบินภายในประเทศบางส่วน
สนามบินชื่อดังอีกสองแห่งในประเทศไทยที่มักต้อนรับนักท่องเที่ยวจากเวียดนามคือ สนามบินภูเก็ต (HKT) – สำหรับผู้ที่ต้องการไปยังชายหาดทางใต้ และสนามบินเชียงใหม่ (CNX) – สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมทางภาคเหนือ
ซื้อตั๋วเครื่องบิน Vietjet เพื่อเพลิดเพลินกับการเดินทางประเทศไทยในราคาเริ่มต้นเพียง 240,000 ด่ง ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่
ประเทศไทยมีระบบการคมนาคมภายในประเทศที่พัฒนาแล้ว ตั้งแต่ขนส่งสาธารณะราคาประหยัดไปจนถึงบริการระดับพรีเมียม ทำให้คุณเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ได้อย่างง่ายดาย เมื่อไปถึงสนามบินในประเทศไทย คุณมีหลายทางเลือกในการเข้าสู่ใจกลางเมือง:
Airport Rail Link (ARL): วิธีที่รวดเร็วและสะดวกที่สุดจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะไปยังย่านพญาไท เปิดให้บริการตั้งแต่ 6.00 น. ถึง 24.00 น.
แท็กซี่: เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคิดราคาแพง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแท็กซี่เปิดมิเตอร์ หรือเจรจาราคากับคนขับล่วงหน้า
รถบัส: มีทั้งรถบัสสาธารณะและรถบัสสนามบิน (LimoBus Express) ที่ให้บริการไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของเมือง
Grab: แอปพลิเคชันเรียกรถยอดนิยมในประเทศไทย เป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับการเดินทางในเมือง โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการทราบราคาล่วงหน้าและไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อรอง
|
วัน |
กำหนดการ |
|
วันแรก: สำรวจกรุงเทพฯ – เมืองหลวงที่คึกคัก |
- เช้า: บินจากเวียดนามมาถึงกรุงเทพฯ เดินทางจากสนามบินไปโรงแรม เช็กอินและพักผ่อน - บ่าย: ล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยา เยี่ยมชมวัดอรุณราชวราราม (Wat Arun) และวัดโพธิ์ (Wat Pho) รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารใกล้วัด - เย็น: รับประทานอาหารค่ำที่ถนนข้าวสาร ผ่อนคลายด้วยการนวดแผนไทย และกลับโรงแรมพักผ่อน |
|
วันที่สอง: สำรวจพัทยา – สวรรค์ริมทะเล |
- เช้า: เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพัทยา เช็กอินโรงแรมและเยี่ยมชมน้ำพุทธบรรพต (Khao Chee Chan) ชมพระพุทธรูปแกะสลักทองคำบนหน้าผา - กลางวัน: นั่งเรือข้ามฟากจากท่า Bali Hai ไปเกาะล้าน เล่นน้ำทะเลและทำกิจกรรมทางน้ำ รับประทานอาหารทะเลกลางวัน - เย็น: เดินเล่นถนนคนเดินพัทยา สำรวจย่านกลางคืนที่คึกคัก พร้อมบาร์ ร้านอาหาร และชมการแสดง Tiffany’s Show ก่อนกลับไปพักผ่อน |
|
วันที่สาม: เดินทางสู่เชียงใหม่ – ดาลัดแห่งประเทศไทย |
- เช้า: เดินทางด้วยรถบัสกลับกรุงเทพฯ แล้วขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ จากสนามบินเข้าศูนย์กลางเมือง เลือกพักที่ย่านเมืองเก่าหรือ Nimmanhaemin - กลางวัน: เยี่ยมชมวัดพระธาตุดอยสุเทพ (Wat Phra That Doi Suthep) รับประทานอาหารกลางวันเป็นข้าวซอย และสำรวจย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยวัดโบราณและร้านกาแฟ - เย็น: เที่ยวไนท์บาซาร์ ช้อปสินค้าหัตถกรรม และชิมไส้อั่ว |
|
วันที่สี่: สนุกสนานที่ภูเก็ต – เกาะสวรรค์เขตร้อน |
- เช้า: บินจากเชียงใหม่ไปภูเก็ต จากสนามบินขึ้นรถบัสไปหาดป่าตอง เล่นน้ำทะเลและกิจกรรมทางน้ำ เช่น เจ็ตสกี - กลางวัน: ลิ้มลองผัดไทยและข้าวเหนียวมะม่วง กลับไปโรงแรมเช็กอิน พักผ่อน จากนั้นบ่ายเช่ามอเตอร์ไซค์ไปชมพระใหญ่ (Phuket Big Buddha) บนยอดเขา - เย็น: เดินเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต ชมสถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส ถ่ายรูปสตรีทอาร์ต และรับประทานอาหารที่ถนนคนเดิน Thalang Road ก่อนพักผ่อนที่โรงแรม |
|
วันที่ห้า: เดินทางกลับเวียดนาม |
- เช้า: ช้อปปิ้งของฝาก (หัตถกรรม เครื่องเทศไทย) ที่ตลาด Malin Plaza รับประทานอาหารเช้าแพนเค้กแบบไทย (Roti) กับชาไทย - บ่าย: เดินทางไปสนามบินภูเก็ต บินกลับเวียดนาม จบทริปการเดินทาง |
ดูเพิ่มเติม: ท่องเที่ยวไทยราคาเท่าไหร่? สรุปค่าใช้จ่ายที่ควรรู้
ฤดูร้อนในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ช่วงเวลานี้อากาศร้อนจัดและความชื้นสูง อุณหภูมิโดยทั่วไปมากกว่า 33°C และบางพื้นที่อาจสูงถึง 40°C ปลายเดือนพฤษภาคมจะเริ่มมีฝนตกสั้น ๆ ในช่วงบ่ายหรือเย็น โดยเฉพาะที่ภูเก็ตและพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ฤดูฝน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการท่องเที่ยวมากนัก

ฤดูร้อนในประเทศไทยทั้งร้อนและชื้น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว เนื่องจากมีกิจกรรมคลายร้อนมากมายให้เลือก
การแต่งกาย:
สวมเสื้อผ้าที่บาง เบา ระบายอากาศดี และสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อน สวมหมวก แว่นกันแดด และพกร่มพับ (เพื่อกันฝนที่อาจตกกะทันหัน)
เตรียมรองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบที่สบายสำหรับการเดิน
เวลาเข้าวัด อย่าลืมเตรียมเสื้อแขนยาวและกางเกง/กระโปรงที่คลุมเข่า
การดูแลสุขภาพ:
ดื่มน้ำมาก ๆ
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำแข็งจากร้านริมถนน หากกังวลเรื่องสุขอนามัย
ใช้ครีมกันแดด และทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาลงเล่นน้ำที่ภูเก็ตหรือพัทยา
การวางแผนท่องเที่ยว:
เลือกทำกิจกรรมกลางแจ้ง (ทะเล เกาะ เดินป่า) ในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด
ช่วงกลางวันควรเลือกเที่ยวในร่ม เช่น พิพิธภัณฑ์ หรือศูนย์การค้า
กล่าวได้ว่าฤดูร้อนในประเทศไทยเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการดื่มด่ำกับหาดทรายและน้ำทะเลใสของภูเก็ต สนุกสนานไปกับบรรยากาศคึกคักของเทศกาลสงกรานต์ที่กรุงเทพฯ หรือเพลิดเพลินกับความสงบของเชียงใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าคุณจะเลือกจุดหมายปลายทางใด ประเทศไทยก็มอบประสบการณ์อันหลากหลายและน่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน เริ่มต้นการเดินทางของคุณได้เลยวันนี้ เพียงจองตั๋วเครื่องบินกับ Vietjet มาประเทศไทยในฤดูร้อนแสนสดใสนี้ อย่าลืมติดตามโปรโมชันตั๋วเครื่องบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ราคา 0 ดอง ทุกวันในช่วงเวลา 12.00 – 14.00 น. เพื่อรับราคาสุดพิเศษ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่นี่
และอย่าลืมติดตาม Vietjet เพื่อไม่พลาดข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุดนะครับ!
Website: https://www.vietjetair.com
Facebook: https://www.facebook.com/vietjetvietnam
Instagram: https://instagram.com/vietjet